คอมพิวเตอร์นั้นทำการอย่างไร

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และการแบ็คอัพและการดึงข้อมูลคืน

คอมพิวเตอร์นั้นซึ่งเราจะหมายถึง คอมพิวเตอร์ของบุคคล (PersonalComputer : PC)ทั้งนี้คอมพิวเตอร์ทั้งหลายซึ่งมีบุคคลพื้นฐานหรืออาจจะเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรืออาจจะเป็นคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป (Desktop)ที่ทุกคนนั้นจะเรียกว่าคอมพิวเตอร์พีซี (PC)หรือจะเป็น แล็ปท็อป แล้ว โน๊ตบุ๊ค (Laptop)

ทราบกันดีว่าแบบของคอมพิวเตอร์แล้วเราก็จะไปต่อถึงระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์เนื่องจากนี้สิ่งสำคัญเราก็จะมีประสิทธิภาพในการใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น แล้วถ้าเกิดปัญหากับเราก็จะสามารถแก้ไขและหาวิธีแก้ไขปัญหาเล่านี้ได้อย่างตรงจุดและแม่นยำ

คอมพิวเตอร์จะมีระบบการทำงานและมีขั้นตอนทำงานอย่างไรดังนี้

  • หากเราทำการเปิดคอมพิวเตอร์นั้น และตัวที่เป็นเพาเวอร์ซัพพลาย ก็จะทำการปล่อยไฟฟ้าให้เข้าระบบคอมพิวเตอร์
  • ซึ่งCPUก็จะทำการคันหาระบบความจำแบบROM (ROM Chip)ซึ่งมันติดตั้งอยู่บนเมนบอร์ด และ ROMแล้วจะถูกโปรแกรมนั้นบรรจุBIOS (BasicInput/output System) 
  • BIOS ก็จะทำการเริ่มตรวจเช็คฮาร์ดแวร์ ซึ่งอยู่ในการติดตั้งและเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เข้าได้อย่างถูกต้องหรือเปล่าเพื่อเป็นการตรวจเช็กฮาร์ดแวร์ที่เรียกกันว่า POST (Power-On- Self- Test) และมันก็จะทำการตรวจเช็กในส่วนระบบต่างๆ ทีละส่วน ซึ่งมันก็จะประกอบไปด้วยBuses, System Clock, Adapter, Card, RAM, Mouse, Keyboard และ Divers และเราก็ยังสามารถมองเห็นหรือสังเกตระบบนี้ได้จากอาการต่างๆที่มองเห็นปรากฏอยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์อาจจะเป็นไปกระพริบ และเสียงที่คอมพิวเตอร์นั้นร้องเตือนต่างๆและยังมีภาพปรากฏอยู่ด้านบนของหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเราด้วย
  • ทางด้านระบบนั้นจะทำการเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่าง POST กับ POST ให้ตรงกันโดยที่ CMOS มันจะทำการเก็บข้อมูลด้านพารามิเตอร์ (Parameter) ที่เกี่ยวข้องกับคอนฟิก

สำหรับ CMOS มีความต้องการไฟเพื่อนำไปเลี้ยง 3.3 โวลต์ ซึ่งป้องกันไม่ให้ข้อมูลสูญหาย เนื่องจากค่าของพารามิเตอร์หรือคอนฟิกที่บันทึกไว้ใน CMOS รวบรวมไปด้วย จำนวนของการจำ แบบของไฟล์ คีย์บอร์ด มอนิเตอร์ และวัน เดือน ปี, เวลา เป็นข้อมูลต่างๆ เป็นต้น

ซึ่งเรียกแบบเหล่านี้ว่า ผลตรวจเช็คค่า Checksum ของ CMOS ถ้าหากว่าฮาร์ดแวร์แบบไหนมีข้อบกพร่อง คอมพิวเตอร์ก็จะแจ้งเตือน ในรูปแบบส่งสัญญาณออกมาเป็น Beep Code หรือคอมพิวเตอร์อาจจะหยุดการทำงานเลยขึ้น นั่นก็ขึ้นอยู่กับอาการที่เป็นว่าร้ายแรงอย่างไร

  • สำหรับแบบอย่างของการทำงานของ POST เช็คเรียบร้อยแล้ว BIOSก็จะสามารถมองหาระบบการทำงานของวินโดวส์ที่จัดตั้งไว้ โดยกระทำค้นหาไฟล์ระบบ (SystemFiles) จากไดรฟ์ที่ที่ตั้งไว้ใน BIOS เช่น ฮาร์ดดิสก์, ซีดี หรือ แฟลชไดรฟ์ เช่นกัน

 

สนับสนุนโดย จุดอ่อนบาคาร่า

โพสท์ใน คอมพิวเตอร์ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน คอมพิวเตอร์นั้นทำการอย่างไร

อาชีพที่ Ai ไม่สามารถทำแทนได้

ในปัจจุบันนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเทคโนโลยีที่เริ่มเข้ามามีอิทธิพลมากขึ้น Ai หรือ ปัญญาประดิษฐ์

ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้ถูกพัฒนาขึ้น มีแนวโน้มที่จะนำเทคโนโลยีชนิดนี้เข้ามาทำงานในอาชีพที่คนทั่วไปทำกันอยู่ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับ การผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ

เพราะปัจจุบันยังมีคนที่ทำอาชีพนี้อยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าหากว่าได้ระบบปัญญาประดิษฐ์เข้ามาทำงานแทนนั้น จะยิ่งช่วยในการประหยัดเวลาและงบประมาณเลยทีเดียว

และไม่ได้มีเพียงอาชีพที่ได้กล่าวไปข้างต้น ในอนาคต Ai ยังคงมีการพัฒนาขึ้นไปอีกมากขึ้น นั้นอาจจะยิ่งส่งผลให้หลายๆตำแหน่งงานถูก Ai เข้ามาทำงานแทนที่ จนบางอาชีพไม่ต้องการแรงงานจากคนอีกต่อไป แต่ก็ยังมีอีกหลายอาชีพที่เทคโนโลยี Ai หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ไม่สามารถเข้ามาแทนที่ได้

ผู้บริหาร หรือ CEO

นั้นเป็นเพราะตำแหน่งผู้บริหาร จะต้องมีการพบปะ พูดคุย เจรจา ต่อรองกับผู้อื่นอยู่บ่อยๆ Ai ไม่สามารถเรียนรู้ในสิ่งต่างๆได้ดีเทียบเท่ากับมนุษย์ นอกจากจะต้องออกไปเจอผู้คนแล้ว

ในอาชีพของผู้บริหาร จะต้องมีไวพริบต่อการทำธุรกิจ และจะต้องมีความเป็นผู้นำ ให้กับพนักงานและองค์กร

ผู้จัดการฝ่ายผลิต

Ai ได้เข้ามามีบทบาทในงานทางด้านการผลิตเยอะมาก เพราะช่วยในเรื่องของการประหยัดงบประมาณและเวลา แต่ถึงยังไงการควบคุมการผลิตก็จะต้องมีคนที่คอยดูแลการผลิตอีกที นั้นก็คือ ผู้จัดการฝ่ายผลิต ที่มีความจำเป็นต้องใช้มนุษย์ในการควบคุมดูแลในขั้นตอนการผลิต หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา

สุขภาพ

อาชีพด้านสุขภาพ อย่างแพทย์ พยาบาล ในแขนงต่างๆ เป็นอาชีพที่เกิดขึ้นและอยู่มานาน คงยากที่จะหายไป อาชีพนี้ต้องพบเจอผู้คนมากมาย ต้องใช้ความใจในการพูดคุยกัน

เพื่อการรักษาทางการแพทย์ เทคโนโลยี Ai ไม่สามารถทำงานตรงได้ เพราะไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกของอีกคนได้

ผู้พิพากษา และ ทนายความ

ปัจจัยสำคัญของอาชีพนี้คือ ต้องรักษาความยุติธรรมต่อการพิพากษามากที่สุด เพราะอาชีพนี้จะต้องใช้การตัดสินใจที่มั่นคงในทุกๆครั้ง และยังต้องอาศัยการอ่านนิสัยหรืออารมณ์ของคนได้อีกด้วย

แน่นอนว่าหุ่นยนต์ไม่สามารถทำได้ เพราะการตัดสินโทษจากหุ่นยนต์นั้นไร้ความเห็นใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

ออกแบบกราฟิก

กลุ่มคนที่จะทำงานเหล่านี้จะต้องใช้ความคิดเป็นอย่างมาก ในการสร้างสรรค์ชิ้นงานขึ้นมา ต้องใช้จิตนาการในการคิดการออกแบบ เพราะจะต้องเข้าใจยุคสมัยและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปในๆทุกวัน

การจะรังสรรค์ผลงานขึ้นจะต้องใช้ประสบการณ์ และ ใช้แรงบันดาลใจที่มีในการนำมาทำให้ผลงานนั้นมีคุณภาพเพิ่มขึ้น ซึ่ง Ai ยังไม่ตอบโจทย์ในสายงานนี้

การตลาด

เป็นอีกหนึ่งอาชีพสำคัญต่อบริษัทองค์กรทางด้านธุรกิจ นั้นเป็นเพราะองค์กรเหล่านั้นต้องใช้กลยุทธ์ทางการตลาด เข้ามาช่วยให้ประสบความสำเร็จ อาชีพนี้จึงเป็นอาชีพที่ต้องมีความรู้ที่ซับซ้อน

มีแบบแผนกลยุทธ์ใหม่ๆ เข้ามาพัฒนาองค์กรได้อยู่เสมอ และ Ai ก็ยังคงเข้ามาแทรกแซงตำแหน่งงานนี้แทนมนุษย์ได้ยาก

บริหารบุคคล หรือ HR

อาจจะดูแปลก เพราะเป็นอาชีพที่บางคนคิดว่าไม่น่าจะอยู่รอดในยุคสมัยที่ Ai พัฒนาแล้ว แต่สายงานนี้ยังคงให้ Ai ทำงานแทนมนุษย์ไม่ได้ เพราะอาชีพจะต้องพบปะผู้คนเป็นจำนวนมากอีกเช่นเดียวกัน ต้องคอยดูแล และคัดเลือกบุคคลากรที่เหมาะสมในการรับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งให้กับองค์กร

จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในจิตวิทยาอีกด้วย เพื่อคอยใช้ในการพินิจบุคคลอื่น แน่นอนว่า Ai ไม่สามารถทำได้

หาลองคิดดูแล้ว เทคโนโลยี Ai หรือ ปัญญาประดิษฐ์นี้ ถูกสร้างและติดตั้งการทำงานให้ด้วยโปรแกรม ที่มีความเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ หรือมีความคิดสร้างสรรค์แบบมนุษย์ได้

โดยเฉพาะอาชีพที่ต้องสัมผัสถึง รูป รส กลิ่น เสียง ความรู้สึก แน่นอนว่า Ai ถูกป้อนข้อมูลเหล่านี้ลงไป แต่ก็ไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงได้ และด้วยความที่เทคโนโลยีถูกพัฒนาและก้าวกระโดดไปเร็วในทุกๆวัน มนุษย์เราจึงต้องตามโลกปัจจุบันให้ทัน และไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเองให้ทันตามยุคสมัย

 

สนับสนุนเนื้อหาที่นำมาเสนอโดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

โพสท์ใน สังคมและเศรษฐกิจ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน อาชีพที่ Ai ไม่สามารถทำแทนได้

การสร้างโฟลเดอร์หลักสำหรับจัดเก็บโฮมโฟลเดอร์

เซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการโฮมโฟลเดอร์สามารถใช้เครื่องโดเมนคอนโทรลเลอร์ หรือจะใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการเก็บไฟล์ข้อมูล (File Server)

โดยเฉพาะก็ได้ เพื่อไม่ทำให้โดเมนคอนโทรลเลอร์ทำงานหนักจนเกินไป และเราสามารถกำหนดโควต้าหรือควบคุมขนาดของพื้นที่ให้กับยูสเซอร์แต่ละคนได้

ขั้นตอนที่ 1 สร้างโฟลเดอร์หลักสำหรับจัดเก็บโฮมโฟลเดอร์ของแต่ละยูสเซอร์ ซึ่งระบบจะสร้างโฮมโฟลเดอร์ของยูสเซอร์เป็นโฟลเดอร์ย่อยภายใต้โฟลเดอร์นี้ตามชื่อของยูสเซอร์อัตโนมัติ

1.1 สร้างโฟลเดอร์ที่จัดเก็บโฮมโฟลเดอร์ ในตัวอย่างชื่อ home

1.2 เปิดแชร์โฟลเดอร์หลับที่ใช้จัดเก็บโฮมโฟลเดอร์ของแต่ละยูสเซอร์สำหรับ Everyone และกำหนดสิทธิ์เป็น Read / Write (ดูวิธีการกำหนดในหัวข้อที่ผ่านมา และศึกษาการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงโฟลเดอร์ได้เฉพาะยูสเซอร์เจ้าของโฟลเดอร์ในบทการจัดการไฟล์และโฟลเดอร์)
ขั้นตอนที่ 2 กำหนดการแมปไดรฟ์กับโฮมโฟลเดอร์

2.1 เปิดหน้าต่าง < User Account > Properties และคลิกที่แท็บ Profile

2.2 ที่กรอบ Home folder ให้เลือกที่ Connect เพื่อกำหนดไดรฟ์ ในตัวอย่างใช้ Z: จากนั้นที่ช่อง To ให้กำหนดพาธของโฮมโฟลเดอร์ประจำตัวยูสเซอร์คนนี้ที่จะให้แมปกับไดรฟ์ Z ให้พิมพ์ \\server\Floder Shared\username

ในตัวอย่าง คือ \\capricorn\home\jan (ในส่วนของ username เราสามารถใส่ตัวแปร %username% เพื่อให้ระบบใส่ชื่อยูสเซอร์ให้อัตโนมัติป้องกันการใส่ผิดพลาด)

2.3 คลิกปุ่ม OK เป็นการเสร็จสิ้นการกำหนดแมปไดรฟ์กับโฮมโฟลเดอร์

เมื่อยูสเซอร์ล็อกออนใช้งานบนไคลเอนต์ ระบบแสดงไอคอนไดรฟ์ที่แมปกับโฮมโฟลเดอร์ประจำตัวยูสเซอร์ คือ ไดรฟ์ Z โฟลเดอร์ jan ภายใน พาธ \\Capricorn\home\ ตามที่ได้กำหนดไว้

การใช้งาน Group Policy

ในเนื้อหาส่วนนี้จะกล่าวถึงการกำหนดนโยบายที่ใช้ในการควบคุมดูแลยูสเซอร์และคอมพิวเตอร์ โดยจะแนะนำนโยบายที่ต้องใช้งานบ่อยๆ ได้แก่ กำหนดสภาพแวดล้อมบนเดสก์ท็อป การแมปไดรฟ์การกำหนดรหัสผ่าน การบล็อกเข้าใช้งาน Control Panel และการแก้ไขรีจิสตรีด้วย Regedit

รู้จักกับ Group Policy และ Group Policy Object

Group Policy คือ นโยบายเกี่ยวกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ภายในองค์กร โดยสามารถกำหนดบนเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นโดเมนคอนโทรลเลอร์ ซึ่งจะทำให้ยูสเซอร์ในโดเมนถูกจำกัดสิทธิ์ในการใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์ไปด้วย

 

ขอบคุณที่มาของบทความ แทงมวยสด

โพสท์ใน คอมพิวเตอร์ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน การสร้างโฟลเดอร์หลักสำหรับจัดเก็บโฮมโฟลเดอร์

โลกออนไลน์กับอันตรายที่ไม่รู้ตัว

โลกออนไลน์ หรือSocial Media เป็นเหมือนชุมชนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งที่ไร้พรมแดน

ไม่มีเขตแดนขวางกั้น ไม่จำกัดเพศ สัญชาติ หรืออายุใดๆ เป็นชุมชนที่สามารถเผยแพร่เรื่องราวต่างๆให้ผู้คนได้รับรู้ได้ แม้ตัวจะห่างกันเวลาจะห่างกันเพียงใดก็ไม่มีปัญหาสื่อสังคมออนไลน์มีการตอบสนองทางสังคมได้หลายทิศทาง

โดยผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต พูดง่ายๆ ก็คือเว็บไซต์ที่บุคคลบนโลกนี้สามารถมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกันได้นั่นเอง เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีโลกออนไลน์ทำได้ทุกอย่าง  ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาในโลกออนไลน์ ก็สามารถทำได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เผลอๆอาจจะทำได้ดีกว่าชีวิตจริงเสียอีก หรือแม้กระทั่งการสร้างอาชีพในโลกออนไลน์ก็สามารถทำได้เหมือนกัน  อย่างเช่น แม่ค้าออนไลน์ การติดต่อซื้อขายของผ่านเว็บไซต์ต่างๆ แล้วสามารถทำเงินสร้างรายได้ให้เรามีอาชีพได้อย่างง่ายดาย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อโลกออนไลน์มีข้อดีอย่างนี้แล้ว

ก็ย่อมมีข้อเสียด้วยเช่น ยิ่งอยู่ในโลกที่ไร้พรมแดน ทุกคนสามารถทราบทุกการเคลื่อนไหวของเราแล้วล่ะก็ ยิ่งอันตราย ฉะนั้น การที่เราจะใช้ชีวิตในแต่ละวันในโลกออนไลน์ เราที่ควรระมัดระวังตัวเกี่ยวกับการแชร์เรื่องราวของเรา หรือแม้กระทั่งการเสพเรื่องราวของเขาด้วยเช่นกัน 

เรื่องราวบนโลกออนไลน์ที่เราสามารถเห็นได้ทั่วๆไปนั้น จะเป็นเรื่องที่น่าเชื่อถือได้แค่ไหน จะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ นั่นคือสิ่งที่เราควรพินิจพิจารณามันให้ดี อย่าไปหลงเชื่ออะไรง่ายๆในโลกออนไลน์ 

ข้อควรระมัดระวังเกี่ยวกับการแชร์เรื่องราวของเราก็คือ  ให้ระวังถึงความเหมาะสม

ในเรื่องเพศ เรื่องการละเมิดสิทธิรวมไปทั้งเรื่องกฎหมายต่างๆให้ดีๆ หากเราแชร์เรื่องราวของเราให้ทุกคนทราบมากเกินไปอาจเกิดภัยร้ายตามมาก็ได้   สำหรับข้อที่ควรระมัดระวังเกี่ยวกับการเสพเรื่องราวต่างๆในโลกโซเชียล ก็คือ เราไม่ควรเชื่อในเรื่องที่แชร์มาให้เรารู้ หากรับสื่อมาแล้ว

ต้องพิจารณาให้ดีๆก่อน ว่ามันคือเรื่องจริงแค่ไหน ยิ่งคนสมัยนี้ชอบแชร์ต่อๆกันจนสื่อกลายเป็นสื่อใหญ่ที่โด่งดังจนได้รับความสนใจจากคนหมู่มาก

      ถ้าข่าวนี้เป็นข่าวจริงและมีประโยชน์ต่อบุคลอื่นก็ไม่น่าเป็นห่วง แต่หากข่าวนั้นเป็นข่าวเท็จข่าวปลอม และสร้างความเสียหายแก่บุคคลใดๆ ต่อชีวิตและทรัพย์สิน กฎหมายก็พร้อมจะเล่นงานเราเช่นกัน ฉะนั้น ภัยใกล้ตัวเราไม่ได้มีเฉพาะโลกความเป็นจริงเท่านั้น

ยิ่งในโลกออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายๆก็ย่อมมีภัยร้ายมากมายที่เราควรระมัดระวังเช่นกัน การใช้สื่อออนไลน์ก็ควรใช้อย่างมีสติและใช้ความคิดตลอดเวลา ไม่งั้นอาจจะทำให้เราเจอภัยร้ายโดยไม่รู้ตัวก็ได้ 

 

สนับสนุนโดย แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

โพสท์ใน คอมพิวเตอร์ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน โลกออนไลน์กับอันตรายที่ไม่รู้ตัว

การปรับแต่งคุณสมบัติของ DHCP

การปรับแต่งคุณสมบัติการทำงานของ DHCP Server ให้เหมาะสมและเป็นไปตามความต้องการของระบบ ซึ่งจะมีทั้งการกำหนดช่วงเวลาการอัพเดตข้อมูลสถิติ และการบันทึกล็อกไฟล์ ให้คลิกเมาส์ขวาที่ [IPv4] และเลือก Properties จะปรากฏหน้าต่าง IPv4 Properties และกำหนดค่าในแท็บต่างๆดังนี้

แท็บ General จะมี 3 ตัวเลือกด้วยกัน คือ

Automatically update statistics every กำหนดช่วงระยะเวลา (เป็นชั่วโมงและนาที) ในการอัพเดตข้อมูลสถิติในการทำงานของ DHCP Server

Enable DHCP audit logging สั่งให้เขียนบันทึกข้อมูลการทำงานของ DHCP Server ทุกวัน โดยเก็บเป็นล็อกไฟล์ที่ \ winnt \ system32 \ dhcp

Show the BOOTP table folder แสดงตาราง BOOTP ของเซิร์ฟเวอร์ที่สนับสนุนการ BOOTP Client

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

แท็บ DNS จะมี 3 ตัวเลือกด้วยกัน คือ

Enable DNS dynamic updates according to the setting below กำหนดให้อัพเดตข้อมูลเมื่อมีการร้องขอจากไคลเอนต์ไปยังเครื่อง DNS Server แบบอัตโนมัติหรือไม่ โดยมี 2 หัวข้อย่อยให้เลือกคือ

Dynamically update DNS A and PTR records only if requested by the DHCP clients อัพเดตเรคอร์ด A และ PTR เมื่อมีการร้องขอจากไคลเอนต์

Always dynamically update DNS A and PTR records อัพเดตเรคอร์ด A และ PTR โดยไม่ต้องรอการร้องขอ

Discard A and PTR records when lease is deleted ไม่ส่งชื่อกับแอดเดรสไปให้ไคลเอนต์เมื่อหมดอายุการถือครองการใช้งาน

Dynamically update DNS A and PTR records for DHCP clients that do not request updates สามารถอัพเดตข้อมูลแบบ Dynamic DNS Server สำหรับไคลเอนต์เวอร์ชันเก่า (Windows for workgroup, Windows 95, Windows NT 4.0) ที่ไม่สนับสนุน Dynamic update

แท็บ Failover แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการทำ Failover บนระบบโดยจะแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเครื่อง DHCP Server ทั้งสองเครื่อง ในตัวอย่างเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง capricorn.siam2019.com – penguin77 ในช่อง Partner Server แสดงชื่อ Standby DHCP Server คือ penguin77 ทำงานในโหมด Hot standby

ที่เครื่อง Standby DHCP Server เมื่อเปิดดูคุณสมบัติในแท็บ Failover ในช่อง Partner Server จะแสดงชื่อ capricorn.siam2019.com ทำงานในโหมด Hot standby

การปรับแต่งคุณสมบัติของสโคป

เราสามารถปรับแต่งคุณสมบัติการทำงานของสโคป เช่น การกำหนดช่วงแอดเดรส ระยะเวลาการถือครองของไคลเอนต์ให้เป็นไปตามความต้องการได้จากหน้าต่าง Scope Properties โดยคลิกขวาที่ Scope และเลือก Properties จะปรากฏหน้าต่าง Scope .. Properties ที่มีแท็บต่างๆ ดังนี้

 

โพสท์ใน คอมพิวเตอร์ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน การปรับแต่งคุณสมบัติของ DHCP

สาระน่ารู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

– Stub zone เป็นการก๊อปปี้ข้อมูลบางเรคอร์ดที่จำเป็นจากเครื่อง Primary DNS Server มาเก็บไว้ สำหรับแมปชื่อโฮสต์จากโดเมนอื่น โดยไม่ต้องสอบถามข้อมูลผ่านทาง Root Hints (.Com DNS Server) หรือ Forward เช่น โดเมน bandhit.com ต้องการจะแมปชื่อโฮสต์ในโดเมน patumwan.org แบบโดยตรง จะต้องใช้ Stub zone เพราะจะก๊อปปี้ข้อมูลเพียงบางเรคอร์ดที่ต้องใช้เป็น Pointer ชี้ไปยังเครื่อง Primary DNS Server ของโดเมนนั้นๆ โดยที่ทรัพยากรเรคอร์ด (Resource record) ที่ทาง Stub zone ต้องเก็บไว้คือ SOA Record, NS Record และ A Record ที่สำคัญคือถ้ามีการเปลี่ยนแปลงใดๆ บนเครื่อง Primary DNS Server ก็จะมีการเรพลิเคตข้อมูลนั้นกลับมายัง Stub zone ด้วย

– Active Directory Integrated zone เป็นการให้ DNS ทำงานร่วมกับ Active Directory โดยจะต้องใช้เครื่องโดเมนคอนโทรลเลอร์ที่ติดตั้ง DNS อย่างน้อย 2 เครื่อง และจะทำงานในลักษณะที่เป็น Multi – master โดยจะมีการนำข้อมูลของโซน (ประกอบด้วยทรัพยากรเรคอร์ด : Resource Record) ไปเก็บไว้ในฐานข้อมูล Active Directory การเก็บข้อมูลโซนไว้ใน Active Directory จะเป็นผลดีต่อระบบ เช่น

– โซนจะถูกเรพลิเคต (Zone Replicate) ไปพร้อมๆ กับกระบวนการเรพลิเคตข้อมูลของ Active Directory เป็นการลดทราฟฟิกและแบนด์วิดธ์ของระบบเน็ตเวิร์กได้มาก

– ในส่วนของ Dynamic Update เราสามารถกำหนดให้เฉพาะยูสเซอร์ กรุ๊ปยูสเซอร์คอมพิวเตอร์ ไซต์ หรือโดเมนที่น่าเชื่อถือเท่านั้นที่สามารถทำการอัพเดตแบบไดนามิกได้

– การเรพลิเคตเป็นแบบมัลติมาสเตอร์ (Multi Master) ทำให้ไม่ต้องคำนึงถึงว่าการเปลี่ยนแปลงของโซนจะเกิดขึ้น ณ ที่ใดบนโดเมนคอนโทรลเลอร์ (DC) ตัวใด เพราะข้อมูลเหล่านี้จะถูกเรพลิเคตไปยังโดเมนคอนโทรลเลอร์ทุกตัวบนโดเมนแบบอัตโนมัติ

แนวทางการติดตั้ง DNS Server แบบ Active Directory Integrated zone

ในส่วนนี้เราจะเลือกทำงานกับ DNS Server ในแบบ Active Directory Integrated zone โดยจะใช้โดเมนคอนโทรลเลอร์ที่ได้ติดตั้งไว้ในเนื้อหาส่วนที่ผ่านมา อันเนื่องจากโดเมนคอนโทรลเลอร์แต่ละตัวจะสร้างโซนเก็บรวมอยู่ใน Active Directory เป็น Active Directory – Integrated Primary มาให้เราแล้วอัตโนมัติ ซึ่งถ้า DNS บนโดเมนคอนโทรลเลอร์เครื่องใดมีการแก้ไขหรืออัพเดตข้อมูลก็จะมีการเรพลิเคตโซนไปพร้อมกับ Active Directory ไปยังโดเมนคอนโทรลเลอร์เครื่องอื่นๆ

โพสท์ใน คอมพิวเตอร์ | ปิดความเห็น บน สาระน่ารู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

Windows Server 2012 R2

หน้าจอ All apps

Windows Server 2012 R2 จะรวบรวมแอพหรือโปรแกรมทั้งหมดที่ติดตั้งบนเครื่องไว้ที่หน้าจอ All apps ทั้งแอพที่มาพร้อมเครื่องและแอพติดตั้งเพิ่มใหม่ภายหลัง

(ส่วนหน้า Start screen จะแสดงเฉพาะแอพที่ใช้บ่อย หรือแอพที่เราเลือกนำไปวางเพื่อสามารถเรียกใช้ได้อย่างรวดเร็วเท่านั้น) โดยสามารถเข้าสู่หน้าจอ All apps ได้โดยคลิกที่ปุ่ม Down จากหน้าจอ Start screen

แถบคำสั่ง Charm bar

Windows Server 2012 R2 มาพร้อมกับแถบคำสั่ง Charm bar อยู่ทางด้านขวาของหน้าจอ ซึ่งจะรวบรวมคำสั่งที่เราใช้งานบ่อย ได้แก่ Search, Start และ Settings โดยปกติจะถูกซ่อนอยู่ เราสามารถเรียกแถบ Charm bar นี้ขึ้นมาได้โดยเลื่อนเมาส์ไปที่มุมขวาบนหรือล่างของหน้าจอก็ได้

หน้าจอเดสก์ท็อป

เมื่อคลิกที่ไทล์ Desktop จากหน้า Start screen จะเป็นการสลับเข้ามาใช้งานในโหมดเดสก์ท็อป (Desktop) โดยหน้าจอจะคล้ายกับบน Windows Server เดิมนั่นเอง แต่จะสังเกตว่าปุ่ม Start ที่ใช้สำหรับเข้าถึงโปรแกรมและทรัพยากรต่างๆ บนเครื่องนั้นไม่มีแล้ว (เพื่อให้ใช้ผ่านหน้า Start screen เป็นหลัก)

รีสตาร์ทและปิดการใช้งานเครื่องเซิร์ฟเวอร์

เมื่อต้องการปิดเซิร์ฟเวอร์เพื่อเปลี่ยนอุปกรณ์หรืออัพเกรดฮาร์ดแวร์ เราจะต้องใช้คำสั่งปิดการใช้งานเครื่องก่อน ไม่ควรกดสวิตช์ปิดเครื่องเลย

เพราะอาจทำให้การทำงานของ Windows Server มีปัญหา และข้อมูลของเราอาจสูญหายได้ โดยให้ไปที่ Charm bar จากนั้นคลิก Power และเลือกวิธีการปิด

กำหนดชื่อเครื่องเซิร์ฟเวอร์

เราสามารถกำหนดชื่อเครื่องเซิร์ฟเวอร์ให้เป็นไปตามต้องการได้ ควรเปลี่ยนชื่อให้สอดคล้องกับชื่อบริษัท ชื่อแผนก ชื่อองค์กร หรือการทำงาน เริ่มต้นเลื่อนตัวชี้เมาส์ไปที่มุมขวาด้านล่างของหน้าจอให้ปรากฏ Charm bar จากนั้นให้คลิกที่ปุ่ม Setting และกำหนดค่า

กำหนดไอพีแอดเดรสให้กับเครื่องเซิร์ฟเวอร์

เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บิรการงานอย่างใดอย่างหนึ่งแก่คอมพิวเตอร์ในเครือข่าย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกำหนดไอพีแอดเดรสแบบคงที่ เพื่อนำไปใช้อ้างอิงให้กับเครื่องที่ใช้บริการต่อไป

การ Activate Windows Server

Activate เป็นการเปิดใช้งาน Windows Server ที่มีลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างสมบูรณ์ และอัพเดตความสามารถต่างๆ ได้ในภายหลัง หลังจากที่ติดตั้ง Windows Server ในหน้าต่าง Server Manager จะแสดงสถานะ Product ID เป็น Not activate

จากนั้นให้เราคลิกที่ลิงก์ Not activated เพื่อใส่รหัส Product Key (รหัสผลิตภัณฑ์ที่อยู่ข้างกล่องแผ่นติดตั้ง)

โพสท์ใน คอมพิวเตอร์ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน Windows Server 2012 R2

การแบ็คอัพและเรียกคืนข้อมูล

เมนบอร์ด (Mainboard) เป็นฮาร์ดแวร์หลักที่ใช้ติดตั้งและเชื่อมต่อฮาร์ดแวร์อื่นๆ ทั้งหมด

ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดดิสก์ แรม การ์ดจอ และอื่นๆ ให้สามารถทำงาน ติดต่อสื่อสาร รับ-ส่งข้อมูลระหว่างกันได้โดยเมนบอร์ดจะถูกควบคุมการทำงานด้วยชิปเซ็ตที่ติดตั้งอยู่บนเมนบอร์ดแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

ประกอบไปด้วยChipset North Bridge (ชิปเซ็ตที่อยู่ใกล้ซีพียู)ซึ่งจะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของหน่วยความจำหรือแรมและการ์ดจอหรือวีจีเอให้ทำงานร่วมกันกับซีพียูได้อย่างถูกต้องซึ่งการเชื่อมต่อ

จะเป็นการเชื่อมต่โดยตรงกับซีพียู Chipset South Bridge (ชิปเซ็ตที่อยู่ใกล้กับแบตเตอรี่ไฟเลี้ยง ROM BIOS) ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของ Slot Interface, USB, LAN, Audio, Bios,IDE และ SATAดังนั้นเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวเมนบอร์ดอย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ควรคำนึงถึงสำหรับการเลือกใช้เมนบอร์ด

คือเมนบอร์ดจะต้องรองรับ หรือสนับสนุนการเชื่อมต่อกับฮาร์ดแวร์ตัวอื่นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งผลให้การทำงานของฮาร์ดแวร์แต่ละชิ้นสมบูรณ์ที่สุดแรม (RAM : Random Access Memory) เป็นหน่วยความจำชั่วคราว

โดยแรมจะทำงานอยู่ระหว่างซีพียูกับฮาร์ดดิสก์ซึ่งจะทำหน้าที่ในการเก็บหรือพักข้อมูลที่จำเป็นต่อการประมวลผลที่เกิดในขณะนั้นของซีพียู สิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับการเลือกขนาดความจุของแรมคือปริมาณความต้องการในการใช้หน่วยความจำของซีพียู

ยกตัวอย่างเช่นหากซีพียูของคอมพิวเตอร์ต้องการใช้หน่วยความจำ 8GB และแรมของคุณมีความจุ8GB ซีพียูก็สามารถใช้หน่วยความจำจากแรมได้ทันทีไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปใช้หน่วยความจำสำรองที่เมนบอร์ดดังนั้นมันจะส่งผลให้ซีพียูสามารถทำงานได้เร็วขึ้นนั่นเองดังนั้นถ้าหากคุณต้องการรันโปรแกรมหลายๆ

โปรแกรมพร้อมกันคุณจำเป็นที่จะต้องมีขนาดความจุแรมที่มากพอ

เพื่อช่วยให้การทำงานระหว่างแรมกับซีพียูรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น0ฮาร์ดดิสก์ (Hard disk) เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลขนาดใหญ่โดยฮาร์ดดิสก์จะเก็บข้อมูลในรูปแบบต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมและไฟล์ข้อมูลต่างๆเพราะฉะนั้นฮาร์ดดิสก์จึงมีความสำคัญไม่ได้น้อยไปกว่าฮาร์ดแวร์ตัวอื่นๆที่อยู่ในคอมพิวเตอร์เลย และในปัจจุบันนี้ฮาร์ดดิสก์มีให้เลือกใช้งานอยู่ 2 ชนิดประกอบไปด้วย

โพสท์ใน คอมพิวเตอร์ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน การแบ็คอัพและเรียกคืนข้อมูล

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาพรวมระบบเครือข่าย 

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาพรวมระบบเครือข่าย 

ระบบเครือข่ายเป็นความรู้พื้นฐานสำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ หรือผู้ที่สนใจในสายงานของผู้ดูแลระบบ จำเป็นต้องรู้ เพราะเป็นเหมือนขั้นแรกก่อนที่จะก้าวไปสู่ระดับต่อไป

ประเภทของระบบเครือข่าย

ประเภทของระบบเครือข่ายในปัจจุบันสามารถแบ่งออกไปได้เป็น 3 ประเภท
คือ
1. ระบบเครือข่ายท้องถิ่น (Local Area Network : LAN)

ลักษณะของระบบนี้จะมีการติดตั้งและใช้งานอยู่ในระยะที่ไม่กว้างนัก โดยอาจจะเป็นการใช้งานเฉพาะในอาคารหรืออาคารใกล้เคียงเท่านั้น เช่น อาคารสำนักงาน, ห้างร้านหรือบริษัท, โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย, ที่พักอาศัย

2. ระบบเครือข่ายระดับเมือง (Metropolitan Area Network : MAN)

ลักษณะเป็นระบบที่ต้องใช้โครงข่ายที่ใหญ่ขึ้นจากระบบ LAN อย่างโครงข่ายขององค์กรโทรศัพท์ หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย เพราะเป็นการใช้ระบบกันภายในเมือง หรือระหว่างจังหวัด เช่น
การเชื่อมต่อกันระหว่างหน่วยงานที่มีสาขาย่อยในต่างจังหวัด

3. ระบบเครือข่ายระดับประเทศ (Wide Area Network : WAN)

ลักษณะเป็นระบบที่ติดตั้งและเชื่อมต่อกันในระยะไกลโดยเป็นการติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศ หรือทั่วโลก จำเป็นที่จะต้องใช้ Mediaในการสื่อสารขององค์การโทรศัพท์ หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย

ชนิดของระบบเครือข่าย

ชนิดของระบบเครือข่ายสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิด คือ

1. เครือข่ายแบบ Host-Terminal เป็นระบบเครือข่ายที่ใช้ในระบบใหญ่ๆเช่น ระบบธนาคาร, ระบบสายการบิน เป็นต้น
โดยเครื่องแม่ข่ายที่ให้บริการจะเรียกว่า Host ส่วนเครื่องบริการที่อยู่กระจายเป็นจุดๆจะเรียกว่า Terminal ส่วนใหญ่จะรันบนเครื่องเมนเฟรม (Mainframe), ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Super Computer) และใช้ระบบปฏิบัติการเป็นระบบ UNIX

2. เครือข่ายแบบ Client/Server เป็นระบบเครือข่ายที่สร้างขึ้นเพื่อแทนระบบ Host-Terminal เนื่องจากมีราคาการติดตั้งค่อนข้างสูง ระบบ Client/Server เป็นระบบที่มีความปลอดภัยสูง สามารถติดตามการใช้งานของผู้ใช้ได้
เป็นระบบที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ระบบปฏิบัติการที่ลงบนเครื่องแม่ข่ายเช่น Windows Server, Linux Server, FreeBSD เป็นต้น

3. เครือข่ายแบบ Peer-to-Peer เป็นระบบขนาดเล็กที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันหรือที่เรียกว่า ระบบ Workgroup
โดยระบบเครือข่ายแบบนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะมีอิสระเท่าเทียมกันนิยมใช้งานกันทั่วไปในสำนักงานขนาดเล็ก เนื่องจากเป็นระบบที่มีค่าใช้จ่ายถูกที่สุดส่วนมากนิยมใช้ในการแชร์ไฟล์ หรือแชร์เครื่องพิมพ์

โพสท์ใน สาระน่ารู้ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาพรวมระบบเครือข่าย