Month: มกราคม 2022

Andy Rubin ผู้ให้กำเนิด Android OS ซุ่มพัฒนาสมาร์ทโฟนพรีเมียมของตัวเอง

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าก่อนที่สิ่งต่างๆมากมาย ที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรา  ผู้ให้กำเนิด Android OS มันจะถือกำเนิดและได้เกิดขึ้นมานั้น  มันย่อมมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกันออกไป  เช่นเดียวกันกับมนุษย์อย่างเราเองก็ตาม  ถึงแม้จะเรียกว่ามนุษย์  แต่ว่าจุดเริ่มต้นของเรานั้นมีที่ไปที่มาที่แตกต่างกัน 

อย่างไรก็ตามสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงในวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว  ที่เกี่ยวข้องกับ Android ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ Android ของ andy rubin นั้นเอง  ดังนั้นเราไปทำความรู้จักมันพร้อมกันเลยดีกว่าว่าจะน่าสนใจจริงๆ หรือเปล่า

แน่นอนว่ามีสิ่งที่น่าสนใจมากมายที่เกิดขึ้นมาบนโลก และสิ่งที่สำคัญย่อมมีผลต่อมวลมนุษยชาติ

สำหรับในวันนี้สิ่งที่เรากำลังจะพาทุกคนไปทำความรู้จัก  ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจต่อการศึกษา     ไม่น้อยเลยทีเดียว  เมื่อพูดถึงคำว่า Android หลายคนต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดี  แต่คุณเองก็ไม่เคยได้รับรู้ที่ไปที่มาของ Android หรือว่ามันมีจุดเริ่มต้น 

หรือว่าที่ไปที่มาอย่างไร Android นั้น  มีจุดเริ่มต้นมาจากคน 4 คนไม่สร้างมันขึ้นมาหลังจากนั้น Google ก็ได้มาซื้อ Android ไปและเรื่องราว ที่เรากำลังจะพาทุกคนไป         ทำความรู้จักในวันนี้  เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่มีชื่อว่า Android ของ andy Ruby นั้นเอง

andy rubin หรือที่หลายคน  ให้ฉายาว่าบิดาผู้ให้กำเนิด Android เขาได้ลาออกจาก Google ในปี 2014 และจากนั้นในปี 2015

เขาก็ได้ก่อตั้งบริษัท เอชโปรดักส์ขึ้นมา  จากนั้นในช่วงกลางปี 2017  มีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนตัวแรกของบริษัทภายใต้ชื่อของ essential Phone ที่โดดเด่น  ด้วยหน้าจอแบบไร้ขอบ  และใช้ระบบปฏิบัติการ Android แบบเปรียบโดยที่ไม่มีการตกแต่ง  ดัดแปลงใดๆ 

และแม้ว่าตัวเครื่อง  จะดีไซน์ได้ค่อนข้างดี  แต่กล้องถ่ายภาพกับทำได้ไม่ดีเอาซะเลย  อีกทั้งยังมีราคาขายอยู่ที่ 699 เหรียญสหรัฐ  ซึ่งถือว่าค่อนข้างแพงทำให้ลูกค้าเกิดข้อเปรียบเทียบ  ระหว่างเงินจำนวนนี้  สามารถนำไปซื้อสมาร์ทโฟนตัวท็อป ของเจ้าอื่นได้เช่นเดียวกัน 

และแม้ว่าทางบริษัทจะมีการลดราคาอยู่บาง  แต่ยอดขายของ essential Phoneก็ไม่ได้ดีขึ้นสักเท่าไหร่นะ   แน่นอนว่านอกจากเรื่องราวที่เราดีกว่าไปข้างต้น  มันก็ไปอีกหนึ่งเรื่องที่ใครหลายคนอาจยังไม่เคยได้รับรู้มาก่อน

  อย่างไรก็ตามเรื่องราวของชายคนนี้และเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ Android ยังมีอะไรที่น่าสนใจให้เราได้ศึกษากันอีกมากมาย  ถ้าคนสนใจที่จะทำความรู้จักและศึกษามันต่อแล้วเราก็ต้องศึกษาค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมในอินเตอร์เน็ตดู  ก็จะทราบสาเหตุที่ Android ไม่สามารถลดราคาเครื่องได้มากกว่า บริษัทอื่น ๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ufabet ทางเข้าเล่น

Lamborghini กับการเปลี่ยนมือ

ถึงแม้ว่าลัมโบกินี่นั้นจะเป็นบริษัทผลิตซุปเปอร์คาร์ระดับโลก  และแน่นอนว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักลัมโบกินี่แต่กว่าที่ลัมโบกินี่  จะมาเป็นที่รู้จักเหมือนอย่างในปัจจุบันนี้ 

พวกเขาก็เจออะไรมาไม่น้อยเลยทีเดียวได้มีการเปลี่ยนมือมาแล้วหลายรุ่น  หลายคน  แต่แน่นอนว่าเมื่อเปลี่ยนมาอยู่ในมือของผู้บริหารคนปัจจุบันนี้ก็ทำให้อะไรดีขึ้นมาไม่น้อยเลยทีเดียว  อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องราวที่เรากำลังจะพูดถึงมันจะเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรและจะน่าสนใจแค่ไหนไปทำความรู้จักมันพร้อมกันเลยดีกว่า 

เรื่องราวของอุปสรรคหรือว่าการผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆมากมายนั้น เป็นเรื่องที่เราควรจะศึกษามันเอาไว้เป็นอย่างมาโดยเฉพาะเรื่องราว  ที่เกิดขึ้นกับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จและมีปัญหาต่างๆมากมายเหล่านี้เข้ามาเกี่ยวข้อง  แน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่ดีไม่น้อยเลย 

ถ้าหากว่าเราได้ศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหาของพวกเขาว่าพวกเขามีวิธีการรับมือยังไง   ในวันนี้สิ่งที่เราจะพูดถึงเราจะพูดถึงการเปลี่ยนมือของ Lamborghiniเหมือนกับหลายๆบริษัทเส้นทางของลัมโบกินี่นั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

พวกเขาต้องเผชิญกับความยากลำบากมากมาย  จนทำให้เกิดการเปลี่ยนเมื่ออยู่หลายครั้งเริ่มจากการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก

และวิกฤตการณ์น้ำมันโลกในปี 1973 จึงทำให้สภาพการเงินของบริษัทย่ำแย่และเสียหายอย่างต่อเนื่อง  จนแทบจะพังพินาศจนกระทั่งในปี 1987 บริษัท Chrysler เข้ามาช่วยชีวิตลัมโบกินี่เอาไว้ Chrysler  เข้ามาซื้อกิจการของบริษัทไปจากนั้นลัมโบกินี่

ก็อยู่ใต้ธงของใครเซ่อนานถึง 7 ปีก่อนที่จะมีการขาย Lamborghini ให้กับกลุ่มนักลงทุนชาวมาเลเซียจนกระทั่งในปี 1998 กลุ่มนักลงทุนชาวมาเลเซียที่ว่านี้ก็ได้ขายกิจการของลัมโบกินี่ ให้กับโฟล์คสวาเกนกลุ๊ป โดยพวกเขาเป็นเจ้าของลัมโบกินี่ผ่านทางพอดีที่เป็นบริษัทในเครือ

และยังคงเป็นเจ้าของลัมโบกินี่มาจนถึงปัจจุบัน ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่ได้สำเร็จได้ง่ายๆ ถ้าหากว่าเราไม่มีความพยายามเช่นเดียวกันกับเรื่องราวของ Lamborghini ที่เราได้กล่าวไปข้างต้นสำหรับบริษัทลัมโบกินี่  แล้วถือได้ว่าเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ในการผลิตซุปเปอร์คาร์ในฝัน

  ของใครหลายๆคนแต่แน่นอนว่าต่อให้จะเป็นบริษัทใหญ่แค่ไหน  หรือว่าต่อให้จะประสบความสำเร็จแค่ไหนมันก็ยังคงมีเรื่องราวและปัญหาต่างๆเข้ามาให้ต้องแก้ไขไม่เว้นแต่ละวันอย่างไรก็ตามหากเราไม่คิดจะยอมแพ้ต่ออุปสรรคที่เข้ามาอย่างไรบริษัทก็จะต้องรอดและประสบความสำเร็จได้อย่างที่เราตั้งเป้าเอาไว้อย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย.  สล็อต ufabet เว็บตรง

นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นพัฒนาทีวีสามารถชิมรสชาติอาหารด้วยการเลียได้ 

         เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีอะไรช่วงเวลาที่เวลาที่เราดูทีวีแล้วได้เปิดไปเจอกับรายการในทีวีซึ่งเป็นรายการแนะนำวิธีการทำอาหารซึ่งหลายครั้งเราจะเห็นได้ว่าหน้าตาอาหารในทีวีนั้นดูหน้าตาน่ากินเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

และแน่นอนว่าเมื่อเราเห็นการทำอาหารเราก็อยากจะชิมว่ารสชาติอาหารที่เอามาแสดงในทีวีนั้นมันอร่อยจริงเหมือนกับที่ทางพิธีกรในรายการนั้นพูดกันหรือไม่

          หลายครั้งที่เราต้องเสียความรู้สึกและมีความรู้สึกว่าอยากกินอาหารที่อยู่ในทีวีเป็นอย่างมากแต่ก็ไม่สามารถที่จะหากินได้ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นจึงได้มีการคิดค้นประสบการณ์ในรูปแบบใหม่ให้กับประชาชน

เพื่อที่จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่แท้จริงระหว่างที่มีการนั่งดูทีวีหากได้มีโอกาสชมรายการทีวีที่มีการถ่ายทอดวิธีการทำอาหารซึ่งวิธีการดังกล่าวนั้นก็คือการการที่มีต้นแบบขึ้นมาซึ่งทีวีที่ว่าก็คือ Lickable TV นั่นเอง

        สำหรับการสร้าง Lickable  นั้นผู้ที่คิดค้นทีวีนี้ก็คือศาสตราจารย์ โฮมิเอะ  มิยาชิตะซึ่งเป็นศาสตราจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประเทศญี่ปุ่นท่านทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยเมจิ

ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่การปกครองการดูแลของกรุงโตเกียวโดยทางศาสตราจารย์ได้มีการสร้างชีวิตต้นแบบขึ้นมาและได้มีการทดลองเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งการทดลองของศาสตราจารย์นี่เองที่ส่งผลทำให้โลกนั้นมีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปเกี่ยวกับเรื่องของการทำรายการอาหารในทีวีเพราะในอนาคตอันใกล้นี้

เมื่อทีวีนี้ได้มีการถูกนำไปขายให้กับประชาชนก็จะกลายเป็นว่าประชาชนที่ชมทีวีที่อยากจะสัมผัสรสชาติของอาหารที่เห็นในหน้าจอทีวีนั้นจะสามารถรู้รสชาติของอาหารนั้นได้ด้วยการเพียงแค่เรียนไปที่หน้าจอของทีวีในช่วงที่มีการแสดงหน้าจอของอาหารเพียงเท่านั้นเอง

       อย่างไรก็ตามเมื่อมีการพูดถึงLickable  TV หลายคนก็มองว่าหากมีการเลียทีวีก็อาจจะทำให้เกิดความสกปรกก็เป็นได้ซึ่งอาจจะนำมาสู่การเป็นโรคภัยไข้เจ็บได้เนื่องจากว่าสถานการณ์ตอนนี้มีฝุ่นละอองมากมายและยังมีเชื้อไวรัสโควิคที่แพร่กระจายในอากาศได้นั่นเอง

แน่นอนว่าปัญหานี้ทางผู้พัฒนาคิดค้น TV นี้ขึ้นมาก็ได้ตระหนักถึงความสำคัญนี้ได้เช่นเดียวกันดังนั้นจึงได้มีการสร้างแผ่นฟิล์มขึ้นมาซึ่งเป็นแผ่นฟิล์มที่จะปลอดภัยสำหรับคนที่จะทดลองการ เลียทีวี และเป็นแผ่นฟิล์มที่มีความสะอาดอย่างแน่นอน 

         อย่างไรก็ตามในช่วงระหว่างนี้ยังอยู่ในช่วงของการทดลองเกี่ยวกับเรื่องของการชิมรสชาติทางทีวีซึ่งทางศาสตราจารย์ได้มีการให้นักศึกษาของตนเองมากกว่า 30 คนกำลังทำการทดลองเพื่อให้รสชาติออกมาพึงพอใจกับผู้ใช้บริการทีวีนี้มากที่สุด

และหาเทวีนี้ถูกนำออกมาวางขายเชื่อว่าจะเป็นที่สนใจของประชาชนเป็นอย่างมากเลยทีเดียวซึ่งในขณะนี้ยังไม่ได้มีการระบุว่าจะมีการนำมาวางขายเมื่อไหร่แต่ราคาโดยรวมแล้วเชื่อว่าน่าจะมีการวางขายที่ประเทศไทยในราคาประมาณเครื่องละ 30,000 บาท 

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้ายูฟ่าสล็อต

อินเทล ประกาศขอโทษชาวจีนเหตุ supplier ไม่ให้ใช้แรงงานและสินค้าจากซินเจียง 

สำหรับบริษัท Intel นั้นเรารู้จักกันดีในนามของบริษัทที่ผลิตเกี่ยวกับเรื่องของชิดชิ้นส่วนต่างๆของอุปกรณ์สื่อสารทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆนั่นเองอย่างไรก็ตามเมื่อไม่นานมานี้

บริษัท Intel กำลังประสบปัญหาอย่างหนักหลังจากที่ถูกมวลชนชาวจีนซึ่งเป็นชาว Social Media นั้นได้มีการเข้ามาถล่มหลังจากที่ทาง Social Media ของจีนทราบว่าทางบริษัท Intel นั้นได้ถูกห้ามใช้สินค้านอกจากนี้ยังไม่มีการใช้แรงงานจากชาวจีนที่อาศัยอยู่ในชินเจียวอีกด้วย

ซึ่งภายหลังจากที่เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยออกไปทางด้านบริษัท Intel ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุสำคัญและได้ออกมาขอโทษชาวโซเชียลชาวจีนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมากโดยทางด้าน Intel ได้บอกถึงสาเหตุที่ไม่ได้มีการใช้สินค้ารวมถึงแรงงานของจีนนั่น

ก็เพราะว่าถูกทาง supplier นั้นมีการสั่งห้ามเอาไว้เนื่องจากปัญหาซึ่งก่อนหน้านี้ที่ทางจีนมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิมนุษยชนที่หลาย ประเทศทั่วโลกกำลังพากันออกมาต่อต้านประเทศจีนนั่นเอง

           อย่างไรก็ตามสิ่งที่บริษัทอินเทลได้ออกมาเปิดเผยเรื่องของการถูกสั่งห้ามไม่ให้ใช้แรงงานจากจริงๆรวมถึงถูกสั่งห้ามไม่ให้ใช้สินค้าใดๆของจีนนั่นก็เพราะว่าอยู่ภายใต้การประกาศของนโยบายของรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาเนื่องจากว่าอินเทอร์เน็ตนั้นก็เป็นบริษัทที่ผลิตสินค้าภายในประเทศอเมริกานั่นเองดังนั้นจึงต้องทำตามนโยบายของประเทศของตนเองแต่ทางด้านบริษัท Intel เองนั้นก็รู้สึกไม่สบายใจหลังจากที่เดินชาว Social Media ของจีนเล่นงานไปจึงได้มีการออกจดหมายชี้แจงและขอโทษต่อชาวจีนนั่นเอง 

        อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าทาง Intel จะออกมากราบขอโทษประชาชนชาวจีนแล้วแต่ถ้าเป็นส่วนใหญ่ยังคงไม่พอใจกับการกระทำของบริษัท Intel ซึ่งมีหลายคนนั้นได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทาง Social Media ของตนเองออกมายืนยันต่อต้านว่าจะไม่มีการใช้สินค้าของทาง Intel อย่างแน่นอนไม่ว่าจะเป็นซุปเปอร์สตาร์ของจีนหรือแม้แต่ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปก็มีการออกมาโพสต์ Social Media เช่นเดียวกัน

         ภายใต้สถานการณ์นี้เรียกได้ว่าบริษัท Intel นั้นอยู่ในสภาวะที่กดดันเป็นอย่างมากเลยทีเดียวเพราะรายได้หลักของบริษัทอินเทลนั้นมาจากประชาชนชาวจีนส่วนใหญ่และสินค้าของทางอินเทอร์เน็ตนั้นก็สุขส่งไปขายในตลาดของจีนในขณะเดียวกันทางด้านบริษัท Intel เองก็ต้องทำงานอยู่ภายใต้กฎหมายการดูแลของสหรัฐอเมริกาเรียกได้ว่าเป็นตัวกลางที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ตาม

       สำหรับบริษัทอินเทลนั้นเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งของโลกซึ่งเป็นบริษัทที่เปิดขึ้นมาในการผลิตชิปเซ็ตและอุปกรณ์ด้านไอทีส่วนใหญ่นั้นก็จะต้องมีการใช้ chipset ในการเป็นชิ้นส่วนภายในซึ่งหนึ่งในนั้นก็เช่นคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือนั่นเองและถ้าหากว่า Intel ถูกทางประชาชนชาวจีนแบน ก็จะทำให้รายได้ของ Intel นั้นลดฮวบลงอย่างมากเลยทีเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ทางเข้าเล่น

  • เรื่องล่าสุด

  • หมวดหมู่

  • คลังเก็บ