Month: มกราคม 2022

Lamborghini กับการเปลี่ยนมือ

ถึงแม้ว่าลัมโบกินี่นั้นจะเป็นบริษัทผลิตซุปเปอร์คาร์ระดับโลก  และแน่นอนว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักลัมโบกินี่แต่กว่าที่ลัมโบกินี่  จะมาเป็นที่รู้จักเหมือนอย่างในปัจจุบันนี้ 

พวกเขาก็เจออะไรมาไม่น้อยเลยทีเดียวได้มีการเปลี่ยนมือมาแล้วหลายรุ่น  หลายคน  แต่แน่นอนว่าเมื่อเปลี่ยนมาอยู่ในมือของผู้บริหารคนปัจจุบันนี้ก็ทำให้อะไรดีขึ้นมาไม่น้อยเลยทีเดียว  อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องราวที่เรากำลังจะพูดถึงมันจะเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรและจะน่าสนใจแค่ไหนไปทำความรู้จักมันพร้อมกันเลยดีกว่า 

เรื่องราวของอุปสรรคหรือว่าการผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆมากมายนั้น เป็นเรื่องที่เราควรจะศึกษามันเอาไว้เป็นอย่างมาโดยเฉพาะเรื่องราว  ที่เกิดขึ้นกับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จและมีปัญหาต่างๆมากมายเหล่านี้เข้ามาเกี่ยวข้อง  แน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่ดีไม่น้อยเลย 

ถ้าหากว่าเราได้ศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหาของพวกเขาว่าพวกเขามีวิธีการรับมือยังไง   ในวันนี้สิ่งที่เราจะพูดถึงเราจะพูดถึงการเปลี่ยนมือของ Lamborghiniเหมือนกับหลายๆบริษัทเส้นทางของลัมโบกินี่นั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

พวกเขาต้องเผชิญกับความยากลำบากมากมาย  จนทำให้เกิดการเปลี่ยนเมื่ออยู่หลายครั้งเริ่มจากการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก

และวิกฤตการณ์น้ำมันโลกในปี 1973 จึงทำให้สภาพการเงินของบริษัทย่ำแย่และเสียหายอย่างต่อเนื่อง  จนแทบจะพังพินาศจนกระทั่งในปี 1987 บริษัท Chrysler เข้ามาช่วยชีวิตลัมโบกินี่เอาไว้ Chrysler  เข้ามาซื้อกิจการของบริษัทไปจากนั้นลัมโบกินี่

ก็อยู่ใต้ธงของใครเซ่อนานถึง 7 ปีก่อนที่จะมีการขาย Lamborghini ให้กับกลุ่มนักลงทุนชาวมาเลเซียจนกระทั่งในปี 1998 กลุ่มนักลงทุนชาวมาเลเซียที่ว่านี้ก็ได้ขายกิจการของลัมโบกินี่ ให้กับโฟล์คสวาเกนกลุ๊ป โดยพวกเขาเป็นเจ้าของลัมโบกินี่ผ่านทางพอดีที่เป็นบริษัทในเครือ

และยังคงเป็นเจ้าของลัมโบกินี่มาจนถึงปัจจุบัน ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่ได้สำเร็จได้ง่ายๆ ถ้าหากว่าเราไม่มีความพยายามเช่นเดียวกันกับเรื่องราวของ Lamborghini ที่เราได้กล่าวไปข้างต้นสำหรับบริษัทลัมโบกินี่  แล้วถือได้ว่าเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ในการผลิตซุปเปอร์คาร์ในฝัน

  ของใครหลายๆคนแต่แน่นอนว่าต่อให้จะเป็นบริษัทใหญ่แค่ไหน  หรือว่าต่อให้จะประสบความสำเร็จแค่ไหนมันก็ยังคงมีเรื่องราวและปัญหาต่างๆเข้ามาให้ต้องแก้ไขไม่เว้นแต่ละวันอย่างไรก็ตามหากเราไม่คิดจะยอมแพ้ต่ออุปสรรคที่เข้ามาอย่างไรบริษัทก็จะต้องรอดและประสบความสำเร็จได้อย่างที่เราตั้งเป้าเอาไว้อย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย.  สล็อต ufabet เว็บตรง

นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นพัฒนาทีวีสามารถชิมรสชาติอาหารด้วยการเลียได้ 

         เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีอะไรช่วงเวลาที่เวลาที่เราดูทีวีแล้วได้เปิดไปเจอกับรายการในทีวีซึ่งเป็นรายการแนะนำวิธีการทำอาหารซึ่งหลายครั้งเราจะเห็นได้ว่าหน้าตาอาหารในทีวีนั้นดูหน้าตาน่ากินเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

และแน่นอนว่าเมื่อเราเห็นการทำอาหารเราก็อยากจะชิมว่ารสชาติอาหารที่เอามาแสดงในทีวีนั้นมันอร่อยจริงเหมือนกับที่ทางพิธีกรในรายการนั้นพูดกันหรือไม่

          หลายครั้งที่เราต้องเสียความรู้สึกและมีความรู้สึกว่าอยากกินอาหารที่อยู่ในทีวีเป็นอย่างมากแต่ก็ไม่สามารถที่จะหากินได้ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นจึงได้มีการคิดค้นประสบการณ์ในรูปแบบใหม่ให้กับประชาชน

เพื่อที่จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่แท้จริงระหว่างที่มีการนั่งดูทีวีหากได้มีโอกาสชมรายการทีวีที่มีการถ่ายทอดวิธีการทำอาหารซึ่งวิธีการดังกล่าวนั้นก็คือการการที่มีต้นแบบขึ้นมาซึ่งทีวีที่ว่าก็คือ Lickable TV นั่นเอง

        สำหรับการสร้าง Lickable  นั้นผู้ที่คิดค้นทีวีนี้ก็คือศาสตราจารย์ โฮมิเอะ  มิยาชิตะซึ่งเป็นศาสตราจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประเทศญี่ปุ่นท่านทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยเมจิ

ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่การปกครองการดูแลของกรุงโตเกียวโดยทางศาสตราจารย์ได้มีการสร้างชีวิตต้นแบบขึ้นมาและได้มีการทดลองเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งการทดลองของศาสตราจารย์นี่เองที่ส่งผลทำให้โลกนั้นมีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปเกี่ยวกับเรื่องของการทำรายการอาหารในทีวีเพราะในอนาคตอันใกล้นี้

เมื่อทีวีนี้ได้มีการถูกนำไปขายให้กับประชาชนก็จะกลายเป็นว่าประชาชนที่ชมทีวีที่อยากจะสัมผัสรสชาติของอาหารที่เห็นในหน้าจอทีวีนั้นจะสามารถรู้รสชาติของอาหารนั้นได้ด้วยการเพียงแค่เรียนไปที่หน้าจอของทีวีในช่วงที่มีการแสดงหน้าจอของอาหารเพียงเท่านั้นเอง

       อย่างไรก็ตามเมื่อมีการพูดถึงLickable  TV หลายคนก็มองว่าหากมีการเลียทีวีก็อาจจะทำให้เกิดความสกปรกก็เป็นได้ซึ่งอาจจะนำมาสู่การเป็นโรคภัยไข้เจ็บได้เนื่องจากว่าสถานการณ์ตอนนี้มีฝุ่นละอองมากมายและยังมีเชื้อไวรัสโควิคที่แพร่กระจายในอากาศได้นั่นเอง

แน่นอนว่าปัญหานี้ทางผู้พัฒนาคิดค้น TV นี้ขึ้นมาก็ได้ตระหนักถึงความสำคัญนี้ได้เช่นเดียวกันดังนั้นจึงได้มีการสร้างแผ่นฟิล์มขึ้นมาซึ่งเป็นแผ่นฟิล์มที่จะปลอดภัยสำหรับคนที่จะทดลองการ เลียทีวี และเป็นแผ่นฟิล์มที่มีความสะอาดอย่างแน่นอน 

         อย่างไรก็ตามในช่วงระหว่างนี้ยังอยู่ในช่วงของการทดลองเกี่ยวกับเรื่องของการชิมรสชาติทางทีวีซึ่งทางศาสตราจารย์ได้มีการให้นักศึกษาของตนเองมากกว่า 30 คนกำลังทำการทดลองเพื่อให้รสชาติออกมาพึงพอใจกับผู้ใช้บริการทีวีนี้มากที่สุด

และหาเทวีนี้ถูกนำออกมาวางขายเชื่อว่าจะเป็นที่สนใจของประชาชนเป็นอย่างมากเลยทีเดียวซึ่งในขณะนี้ยังไม่ได้มีการระบุว่าจะมีการนำมาวางขายเมื่อไหร่แต่ราคาโดยรวมแล้วเชื่อว่าน่าจะมีการวางขายที่ประเทศไทยในราคาประมาณเครื่องละ 30,000 บาท 

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้ายูฟ่าสล็อต

อินเทล ประกาศขอโทษชาวจีนเหตุ supplier ไม่ให้ใช้แรงงานและสินค้าจากซินเจียง 

สำหรับบริษัท Intel นั้นเรารู้จักกันดีในนามของบริษัทที่ผลิตเกี่ยวกับเรื่องของชิดชิ้นส่วนต่างๆของอุปกรณ์สื่อสารทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆนั่นเองอย่างไรก็ตามเมื่อไม่นานมานี้

บริษัท Intel กำลังประสบปัญหาอย่างหนักหลังจากที่ถูกมวลชนชาวจีนซึ่งเป็นชาว Social Media นั้นได้มีการเข้ามาถล่มหลังจากที่ทาง Social Media ของจีนทราบว่าทางบริษัท Intel นั้นได้ถูกห้ามใช้สินค้านอกจากนี้ยังไม่มีการใช้แรงงานจากชาวจีนที่อาศัยอยู่ในชินเจียวอีกด้วย

ซึ่งภายหลังจากที่เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยออกไปทางด้านบริษัท Intel ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุสำคัญและได้ออกมาขอโทษชาวโซเชียลชาวจีนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมากโดยทางด้าน Intel ได้บอกถึงสาเหตุที่ไม่ได้มีการใช้สินค้ารวมถึงแรงงานของจีนนั่น

ก็เพราะว่าถูกทาง supplier นั้นมีการสั่งห้ามเอาไว้เนื่องจากปัญหาซึ่งก่อนหน้านี้ที่ทางจีนมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิมนุษยชนที่หลาย ประเทศทั่วโลกกำลังพากันออกมาต่อต้านประเทศจีนนั่นเอง

           อย่างไรก็ตามสิ่งที่บริษัทอินเทลได้ออกมาเปิดเผยเรื่องของการถูกสั่งห้ามไม่ให้ใช้แรงงานจากจริงๆรวมถึงถูกสั่งห้ามไม่ให้ใช้สินค้าใดๆของจีนนั่นก็เพราะว่าอยู่ภายใต้การประกาศของนโยบายของรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาเนื่องจากว่าอินเทอร์เน็ตนั้นก็เป็นบริษัทที่ผลิตสินค้าภายในประเทศอเมริกานั่นเองดังนั้นจึงต้องทำตามนโยบายของประเทศของตนเองแต่ทางด้านบริษัท Intel เองนั้นก็รู้สึกไม่สบายใจหลังจากที่เดินชาว Social Media ของจีนเล่นงานไปจึงได้มีการออกจดหมายชี้แจงและขอโทษต่อชาวจีนนั่นเอง 

        อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าทาง Intel จะออกมากราบขอโทษประชาชนชาวจีนแล้วแต่ถ้าเป็นส่วนใหญ่ยังคงไม่พอใจกับการกระทำของบริษัท Intel ซึ่งมีหลายคนนั้นได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทาง Social Media ของตนเองออกมายืนยันต่อต้านว่าจะไม่มีการใช้สินค้าของทาง Intel อย่างแน่นอนไม่ว่าจะเป็นซุปเปอร์สตาร์ของจีนหรือแม้แต่ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปก็มีการออกมาโพสต์ Social Media เช่นเดียวกัน

         ภายใต้สถานการณ์นี้เรียกได้ว่าบริษัท Intel นั้นอยู่ในสภาวะที่กดดันเป็นอย่างมากเลยทีเดียวเพราะรายได้หลักของบริษัทอินเทลนั้นมาจากประชาชนชาวจีนส่วนใหญ่และสินค้าของทางอินเทอร์เน็ตนั้นก็สุขส่งไปขายในตลาดของจีนในขณะเดียวกันทางด้านบริษัท Intel เองก็ต้องทำงานอยู่ภายใต้กฎหมายการดูแลของสหรัฐอเมริกาเรียกได้ว่าเป็นตัวกลางที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ตาม

       สำหรับบริษัทอินเทลนั้นเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งของโลกซึ่งเป็นบริษัทที่เปิดขึ้นมาในการผลิตชิปเซ็ตและอุปกรณ์ด้านไอทีส่วนใหญ่นั้นก็จะต้องมีการใช้ chipset ในการเป็นชิ้นส่วนภายในซึ่งหนึ่งในนั้นก็เช่นคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือนั่นเองและถ้าหากว่า Intel ถูกทางประชาชนชาวจีนแบน ก็จะทำให้รายได้ของ Intel นั้นลดฮวบลงอย่างมากเลยทีเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ทางเข้าเล่น

  • เรื่องล่าสุด

  • หมวดหมู่

  • คลังเก็บ