รูปแบบระบบของเครือข่ายเบื้องต้นเป็นอย่างไร

การเชื่อมต่อเส้นทางเดียวในรูปแบบ Bus

ซี่งจะมีลักษณะเป็นท่อใช้สาย Coaxial เป็นแกนหลัก สามารถใช้เพียงเส้นเดียวเท่านั้น สำหรับในด้านท้ายหรือด้านหัวของมันจะมี Terminator เป็นตัวปิด ซึ่งข้อเสียของมันก็คือหากมีตรงไหนบกพร่องจะไม่สามารถใช้งานได้เลย

ซึ่งจะมีอยู่ 2 ระบบด้วยกันในการต่อสายเมนหลักเพื่อทำงาน 200 เมตร (10Base2) และ 500 เมตร (10Base5) ซึ่งในปัจจุบันไม่นิยมใช้ระบบนี้กันแล้ว เพราะเนื่องจากมีความเร็วในการส่งแค่ 10 Mbps เท่านั้น

สำหรับอีกแบบในการเชื่อมต่อนั้น เป็นการเชื่อมต่อแบบ Star เป็นการเชื่อมต่อที่จะมีลักษณะอุปกรณ์ Hub/Switch อยู่ตรงระหว่างกลาง ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ผ่านระบบ UTP/STP และเป็นที่นิยมมากที่สุดในขณะนี้ และสายที่เชื่อมต่อจะมีความยาวสุดจะอยู่ที่ประมาณ 100 เมตร(10BaseT/100BaseT) หากในกรณียาวเกิน 100 เมตร ก็สามารถใช้ Hub หรือ Switch เพื่อเพิ่มระยะทางได้เช่นกัน ซึ่งจะเป็นมาตรฐานระบบเครือข่าย LAN

สาย LAN ที่นิยมใช้กันก็น่าจะมีด้วยกันอยู่ 3 แบบ นั้นก็คือ

  • Ethernet ซี่งจะมีการพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Xerox เป็นมาตรฐานเดียวกันกับของระบบเครือข่าย LANที่เป็นที่ยอดฮิตกันมากที่สุดในช่วงนี้ เนื่องจากมีการได้รับการดูแลและกำหนดมาตรฐานไว้ให้เรียบร้อย ซึ่งออกโดยสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ IEEE (Institute of Electronics and Electronics Engineers) โดยที่มาตรฐาน Ethernet ที่นิยมในระบบเครือข่าย LAN จะใช้มาตรฐาน IEEE 802.3 เช่น Ethernet (10 Mbps), Fast Ethernet (100 Mbps), Gigabit Ethernet (1000 Mbps) โดยที่ Ethernet จะใช้เทคนิคการส่งข้อมูลแบบ CSMA/CD (Carrier Sense Multiple Access/Collision Detection) หลักการเข้าใจแบบง่ายๆนั้นก็คือหากมีการเกิดส่งข้อมูลพร้อมกันและทำให้สัญญาณชนกัน จะต้องมีการส่งข้อมูลใหม่นั้นเอง
  • Token-Ring มีการพัฒนาขึ้น โดยบริษัท IBM จะใช้ Access Method แบบ Token Passing ในการเชื่อมต่อกัน ซึ่งจะสามารถใช้ได้ทั้งสาย Coaxial, UTP, STP หรือสายเส้นใยแก้วเพื่อการนำแสง (Fiber optic) ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าระบบเครือข่ายแบบนี้มีความคงทน และก่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยมาก(Fault-tolerant) สำหรับความเร็วในการรับส่งข้อมูลของการทำงานของมันจะอยู่ที่ 4-16 Mbps
  • FDDI (Fiber Distributed Data Interface) ซึ่งการทำงานของมันจะมีลักษณะเป็นมาตรฐานเครือข่ายความเร็วสูง ที่สามารถกำหนดขึ้นโดย ANSIและหน่วยงานมาตรฐานระดับสากล (OSI) ทำงานอยู่ในชั้น Physical ส่วนมากจะนำไปใช้ในการเชื่อมต่อเป็น Backbone(ซึ่งขยายความได้ว่าเป็นสายสัญญาณหลักเอาไว้เชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายด้วยกันกับ LAN ) ใช้ Access Method แบบ Token-passing และใช้ Topology ซึ่งจะเป็นแบบวงแหวนคู่ (Dual Ring) เพื่อช่วยทำให้มีความทนต่อข้อบกพร่อง (Fault tolerance) ของระบบเครือข่ายได้ดีขึ้นได้ และมีการทำงานอยู่ที่ความเร็ว 100 Mbps Tagged คอมพิวเตอร์

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย เล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

เรื่องนี้ถูกเขียนใน คอมพิวเตอร์ และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร